closelawyer@gmail.com       080-919-3691

ทำให้เสียหายในทางแพ่ง เรียกว่า “ ละเมิด “

ละเมิด คือ การกระทําโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อต่อบุคคลภายนอกโดยเป็นเหตุ

ให้เขา (ผู้ถูกกระทํา)เสียหายแก่ชีวิตก็ดี แก่ร่างกายก็ดี อนามัยก็ดี เสรีภาพก็ดีทรัพย์สินหรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใดก็ดีกฎหมายถือว่าผู้นั้นทําละเมิดจะต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการละเมิดนั้น (ป.พ.พ.ม. 420)

สรุปการกระทําใดจะเป็นละเมิดต้องประกอบด้วยหลัก 3 ประการ

1. กระทําต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายซึ่งหมายถึงการประทุษกรรม กระทําต่อบุคคลโดยผิดกฎหมายด้วยอาการฝ่าฝืนต่อ
ความหมายที่ห้ามไว้หรือละเว้นไม่กระทําในสิ่งที่กฎหมายบัญญัติให้กระทําหรือตนมีหน้าที่ตามกฎหมายจะต้องกระทําโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อเป็นต้นว่า ฆ่าเขาตาย, ทําร้ายร่างกายเขา, ขับรถโดยประมาทชนคนตายและทรัพย์สินของเขาเสียหาย ฯลฯ

2. กระทําโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อกระทําโดยจงใจ คือการะทําโดยรู้สํานึกและในขณะเดียวกันก็รู้ว่าจะทําให้เขาเสียหายเช่นเจตนาฆ่าหรือเจตนาทําร้าย ฯลฯ อย่างไรก็ดีการกระทําโดยจงใจในเรื่องละเมิดถือหลักเบาบางกว่าทางอาญาสําหรับอาญานั้นต้องกระทําโดยรู้สึกสํานึกในการที่ทําและในขณะเดียวกันผู้กระทําต้องประสงค์ต่อผลหรือย่อม
เล็งเห็นผลด้วยส่วนจงใจในเรื่องละเมิดบางกรณีไม่ผิดในทางอาญาแต่เป็นละเมิดต้องชดใช้ค่าเสียหายให้แก่เขา เช่น จําเลยรื้อห้องนํ้า ห้องครัวซึ่งโจทย์ปลูกลํ้าออกไปนอกที่เช่าของวัดโดยวัดต้องการจะขุดคูได้บอกให้ โจทย์รื้อแล้วโจทย์ไม่ยอมรื้อการที่จําเลยรื้อแล้วกองไว้หลังบ้านโจทย์มิได้เจตนาชั่วร้ายทําให้ทรัพย์ของโจทย์

อันตรายเสียหายไม่เป็นความผิดฐานทําให้เสียทรัพย์แต่เป็นละเมิด เพราะรู้ว่าแล้วว่าการรื้อนั้นจะทําให้ทรัพย์ของโจทย์เสียหาย
(ฎีกาที่ 1617-1618/2500)

คำว่าประมาทเลินเล่อในทางแพ่งหมายความถึงการกระทําที่ขาดความระมัดระวังจนเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายนั้นและหมายความถึงการไม่ป้องกันผลที่เกิดขึ้นโดยประมาทเลินเล่อแม้ตนเองไม่ได้กระทําให้เกิดผลนั้นขึ้นระดับความระมัดระวังของบุคคลต้องถือระดับบุคคลธรรมดาตัวอย่างเช่น นาย ก.ขับรถยนต์ไปในถนนที่มีคนเดินจอแจด้วยความเร็วและไม่ได้ให้สัญญาณแตรแล้วเฉี่ยวชนถูกคนเดินถนนได้รับบาดเจ็บดังนี้ถือว่า นาย ก.กระทําละเมิดโดยประมาทเลินเล่อ

3. ทําให้บุคคลอื่นเสียหายโดยปกติผู้กระทําต้องรับผิดเฉพาะการกระทําของตนแต่อย่างไรก็ดีในเรื่องละเมิดถ้าได้มีการกระทําละเมิดร่วมกันหรือแม้มิได้ร่วมแต่เป็นผู้ยุยงส่งเสริมหรือช่วยเหลือในการกระทําละเมิดดังนี้บุคคลเหล่านี้จะต้องร่วมกันรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนความเสียหายนั้น (ป.พ.พ.ม. 432)

ในบางกรณีแม้จะไม่ได้ร่วมกระทําละเมิดหรือยุยงส่งเสริมหรือช่วยเหลือในการกระทำละเมิดแต่กฎหมายบัญญัติให้ต้องร่วมผิดกับผู้ละเมิดได้แก่กรณีต่อไปนี้

3.1 นายจ้างจะต้องรับผิดชอบกับลูกจ้างในผลแห่งการละเมิดซึ่งลูกจ้างได้

กระทําไปในทางการที่นายจ้างนั้น (ป.พ.พ.ม. 432)เรื่องนายจ้างต้องรับผิดร่วมกับลูกจ้างในผลละเมิดซึ่งเกิดจากการกระทําในทางการที่จ้างนี้มีกรณีที่ผู้เสียหายพึงต้องระมัดระวังคือ อย่าตัดสินใจประนีประนอมยอมความกับลูกจ้างเพราะถ้าประนีประนอมยอมความกับลูกจ้างไปแล้วหนี้อันเกิดจากมูลละเมิดก็ระงับสิ้นไปเพราะสัญญาประนีประนอมยอมความเกิดหนี้ใหม่ตามสัญญาอันเป็นเหตุให้นายจ้างพ้นจากความรับผิดผู้เสียหายจะต้องฟ้องนายจ้างให้

ร่วมรับผิดในมูลหนี้ละเมิดก็ไม่ได้เพราะหนี้ละเมิดระงับไปแล้วจะฟ้องให้รับผิดตามสัญญาประนีประนอมก็ไม่ได้ เพราะนายจ้างมิได้เป็นคู่สัญญาถ้าลูกจ้างไม่มีทรัพย์สินจะชําระหนี้ ผู้เสียหายก็สูญเปล่าจึงเป็นเรื่องที่ต้องระมัดระวังอย่างยิ่งทางแก้ในเรื่องนี้ต้องให้นายจ้างตกลงเป็นคู่สัญญาประนีประนอมยอมความร่วมกับลูกจ้างโดยมีบุคคลคํ้าประกันการปฎิบัติตามสัญญาด้วย

3.2. ตัวการต้องรับผิดชอบกับตัวแทนในผลละเมิดซึ่งตัวแทนได้กระทําไปภายใน
ขอบอํานาจแห่งฐานะตัวแทน (ป.พ.พ.ม. 429)

3.3 บิดามารดาของผู้เยาว์หรือผู้อนุบาลของผู้วิกลจริตจะต้องร่วมรับผิดในผลละเมิดที่ผู้เยาว์หรือผู้วิกลจริตกระทําเว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่า ได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควรแก่หน้าที่ดูแลแล้ว(ป.พ.พ.มาตรา 429 )

3.4. ครูอาจารย์ นายจ้างหรือบุคคลอื่นซึ่งรับดูแลบุคคลผู้ไร้ความสามารถอยู่เป็นนิตยสารหรือชั่วครั้งคราวจะต้องรับผิดร่วมกับผู้ไร้ความสามารถในการละเมิดซึ่งเขาได้กระทําลงในระหว่างที่ อยู่ในความดูแลของตน ถ้าหากพิสูจน์ได้ว่าครูบาอาจารย์นายจ้างหรือบุคคลอื่นมิได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควร (ป.พ.พ.ม. 430)

3.5 เจ้าของสัตว์หรือบุคคลผู้รับเลี้ยงรับรักษาไว้แทนเจ้าของต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ฝ่ายที่ต้องเสียหายอันเกิดจากสัตว์ เว้นแต่พิสูจน์ได้ว่าตนได้ใช้ความระมัดระวังอันสมควรแก่การเลี้ยงการรักษาตามชนิดและวิสัยของสัตว์หรือตามพฤติการณ์อย่างอื่นหรือพิสูจน์ได้ว่าความเสียหายนั้นย่อมจะเกิดมีขึ้นทั้งที่ได้ใช้ความระมัดระวังถึงเพียงนั้น (ป.พ.พ.ม. 433)

อนึ่งการกระทําให้บุคคลอื่นได้รับความเสียหายนี้ มีหลักในการวินิจฉัยความรับผิดว่าให้

พิจารณาว่าบุคคลนั้นได้กระทําความผิดกฎหมายหรือไม่และความเสียหายเกิดจากการกระทําผิดนั้นหรือไม่ถ้าบุคคลนั้นทําผิดกฎหมายและเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายบุคคลนั้นก็ต้องรับผิดจากฐานละเมิด

ตัวอย่าง เช่นจําเลยแจ้งให้กํานันจับรถยนต์บรรทุกของโจทย์ยึดไว้ 39 วันโดยจําเลย

หาว่านางเน้ยเป็นคนร้ายลักข้าวที่บรรทุกอยู่ในรถยนต์ของโจทย์ทั้งๆที่คนรถของโจทย์ได้แจ้งให้จําเลยทราบแล้วว่ารถคันนี้เป็นของโจทย์เพียงแต่มารับจ้างไม่เกี่ยวข้องกับข้าวเปลือกที่จําเลยกับนายเน้ยโต้เถียงสิทธิกันขออย่ายึดรถไว้ จําเลยไม่ยอมกลับแจ้งให้กํานันยึดรถของโจทย์ไว้ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าจําเลยเป็นผู้ยืนยันให้กํานันเป็นผู้ยึดรถซึ่งมิใช้ของนายเน้ยผู้ต้องหามาเป็นของกลางโดยความจําเป็นและเป็นการแกล้งโจทย์โดยไม่สุจริต การกระทําของจําเลยเป็นการละเมิดต่อโจทย์จําเลยต้องรับผิด (ฎีกาที่ 1447 /2503)

ปรึกษากฎหมายโทร
ได้ที่ 080-9193691 , 02-0749954
หรือ แอดไลน์ @closelawyer หรือ คลิก https://line.me/R/ti/p/%40closelawyer
สาขาเชียงใหม่ โทร 080-3955536 แอดไลน์ @cly.cmi
หรือ คลิก https://lin.ee/w7Ikc1z
สาขาขอนแก่น โทร 095-9567735 แอดไลน์ @cly.kkn
หรือ คลิก https://lin.ee/vbQlVcap
www.closelawyer.co.th
ทนายใกล้ตัว

ทำให้เสียหายในทางแพ่ง เรียกว่า “ ละเมิด “
Scroll to top
error: Content is protected !!